ปลูกพืชผักสวนครัวกินเองที่บ้านง่ายๆ

ปลูกพืชผักสวนครัวกินเองที่บ้านง่ายๆ

ปลูกพืชผักสวนครัวกินเองที่บ้านง่ายๆ การปลูกพืชผักสวนครัวคือการปลูกผักไว้กินเอง ภายในรั่วบ้าน เพื่อสามารถที่จะนำไปประกอบอาหารหรือทำยาสมุนไพรต่างๆ ส่วนใหญจะเป้นผักที่ปลูกในกระถางได้ เพราะจะช่วยในการประหยัดพื้นที่ภายในบ้านมากยิ่งขึ้น เเละการที่เราปลูกพืชผักไว้ในบ้านเเบบนี้ เเน่นอนว่าจะต้องช่วนลดต้นทุนในการซื้อ เเละเป็นผักที่ปลอดสารพิษอีกด้วย วันนี้เราไปดูกันว่า ผักที่สามารถปลูกเป็นพืชสวนครัวได้นั้นมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

1. ขิง

ปลูกพืชผักสวนครัวกินเองที่บ้านง่ายๆ

สรรพคุณ มีฤทธิ์แก้ท้องเฟ้อ แก้จุกเสียด ช่วยขับลม บรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน ช่วยป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ขิงมีรสเผ็ดร้อน สามารถกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดที่มาเลี้ยงผิวหนังและศีรษะ ทำให้รากผมแข็งแรง และมีฤทธิ์ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดได้

วิธีปลูก ให้ใช้รากขิงสดผิวเรียบแช่น้ำ 12 ชั่วโมง เตรียมกระถางขนาดใหญ่ที่มีการระบายน้ำดี ใส่ดินลงไปจากนั้นให้ตัดรากขิงเป็นชิ้นเล็กๆวางบนดินที่มีความสูงราวๆ 5 – 15 เซนติเมตรเพื่อให้ขิงนั้นเติบโตควรรดน้ำทุกวันแต่ต้องระวังไม่ให้น้ำขังอยู่ในกระถางเพราะจะทำให้ขิงเน่าและควรวางกระถางในที่ที่แสงแดดส่องถึง

2. กะเพรา

ปลูกพืชผักสวนครัวกินเองที่บ้านง่ายๆ

สรรพคุณ ใบกะเพรามีฤทธิ์เป็นยาขับลม บำรุงธาตุ แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ น้ำมันหอมระเหยในใบกะเพราใช้แก้อาการคลื่นไส้อาเจียน ขับเหงื่อ และขับน้ำนมสำหรับแม่ลูกอ่อน

วิธีปลูก เตรียมกระถางดินเผาสำหรับปลูก ใช้ดินผสมกับมูลสัตว์หรือเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเช่นแกลบขี้เถ้าผสมในอัตราส่วนดินกับวัสดุผสม 2:1 หรือ 3:1 หลังใส่ดินลงในกระถางให้โรยเมล็ดกะเพราในกระถาง 5-10 เมล็ดขึ้นอยู่กับขนาดกระถางพร้อมเกลี่ยดินกลบเล็กน้อยและรดน้ำหลังการปลูกต้นกะเพราจะขึ้นภายใน 1 สัปดาห์และต้องคอยให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ

3. กระเทียม

ปลูกพืชผักสวนครัวกินเองที่บ้านง่ายๆ

สรรพคุณ ตำรับยาแผนโบราณใช้กระเทียมเป็นยาบำบัดอาการไอ แก้ไข้หวัด แก้หลอดลมอักเสบ ช่วยระบบย่อยอาหาร ขับลมและขับเหงื่อ นอกจากนี้ยังช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด ลดความดันโลหิต ลดปริมาณน้ำตาลในเลือด แถมยังช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุของวัณโรคอีกด้วย

วิธีปลูก เลือกกระถางที่กว้างและลึกพอที่จะรองรับต้นกระเทียมที่โตขึ้นมาได้ใส่ดินที่อุดมด้วยแร่ธาตุเตรียมเอาไว้ แบ่งหัวกระเทียมเป็นกลีบๆโดยไม่ต้องแกะเปลือกออกปลูกโดยเว้นระยะห่างกันประมาณ 4 นิ้วและลึกประมาณ 2 นิ้วดูให้แน่ใจว่าปักด้านเรียบที่รากจะงอกลงในดินและหงายด้านเรียวขึ้นมาไม่อย่างนั้นกระเทียมจะโตขึ้นผิดทิศหลังจากนั้นให้คลุมกลีบกระเทียมด้วยดินและตบดินเบาๆ

4. ผักบุ้ง

ผักบุ้ง

สรรพคุณ ในผักบุ้ง 100 กรัมจะให้พลังงาน 22 กิโลแคลอรี ประกอบด้วยเส้นใย วิตามิน และแร่ธาตุอื่น ๆ อีกด้วย เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก เป็นต้น ผักบุ้งไทยนั้นจะมีวิตามินซีสูงและสรรพคุณทางยามากกว่าผักบุ้งจีน แต่จะมีแคลเซียมและเบตาแคโรทีน (วิตามินเอที่ช่วยบำรุงสายตา) น้อยกว่าผักบุ้งจีน หากรับประทานสด ๆ ได้ จะทำให้คุณค่าของวิตามินและแร่ธาตุเหล่านี้ไม่เสียไปกับความร้อนอีกด้วย

วิธีปลูก

  1. ซื้อเมล็ดผักบุ้งจีนตามร้านเกษตรทั่วไป เมื่อได้เมล็ดมาแล้วจึงนำมาแช่น้ำ ประมาณ48ชั่วโมง
  2. ไถดินเตรียมก่อนปลูกเพื่อตากแดดประมาณ 15-30วัน
  3. ไถพรวณดินอีกรอบนึง และขึ้นแปลงปลูก
  4. ใส่ปุ๋ยลงไปในแปลงดินและคลุกเคล้าปุ๋ยกับดินให้เข้ากัน
  5. พรวนหญ้าดินให้เรียบเสมอกัน ไม่เป็นหลุมเป็นบ่อ เพราะจะทำให้ผักบุ้งจีนเติบโตไม่เท่ากัน
  6. ให้วิธีการหว่านเมล็ดหรือแบบหยอดเมล็ดก็ได้ แล้วแต่ความต้องการ
  7. การกำจัดวัชพืชสามารถทำได้ทันทีโดยการพรวนดินหรือการถอนด้วยมือ
  8. การรดน้ำ ผักบุ้งจีนเป็นผักที่ต้องการน้ำมากและสม่ำเสมอ แต่ไม่ควรมากเกินไปจนน้ำขังเพราะจะทำให้รากผักบุ้งจีนเน่าและไม่เจริญเติบโต ควรรดน้ำทุกวัน วันละ1-2ครั้ง แต่ถ้าวันไหนฝนตกก็ไม่จำเป็นต้องรดน้ำ สำคัญอย่าให้ผักบุ้งจีนขาดน้ำเพราะจะทำให้ผักบุ้งจีนขาดการเจริญเติบโต ไม่มีคุณภาพ ไม่น่ารับประทานและราคาตก
  9. ผักบุ้งจีนเป็นผักที่เจริญเติบโตไวเพียง 25-30วัน หรือต้นสูงประมาณ30-35ซม. ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว ก่อนก่อนเก็บเกี่ยวควรรดน้ำแปลงดินให้ซุ่ม เพื่อการเก็บเกี่ยวผักบุ้งจะง่ายขึ้น ทำให้รากผักบุ้งจีนไม่ขาดมาก สะบัดดินออกและนำไปล้างน้ำอีกทีนึง (สำคัญไม่ควรน้ำผักบุ้งไปตากแดดเพราะจะทำให้ผักบุ้งเหี่ยว)

5. พริก

พริก

สรรพคุณ พริกมีวิตามินซี สูง เป็นแหล่งของกรด ascorbic ซึ่งสารเหล่านี้ ช่วยขยายเส้นโลหิตในลำไส้และกระเพาะอาหารเพื่อให้ดูดซึมอาหารดีขึ้น ช่วยร่างกายขับถ่าย ของเสียและนำธาตุอาหารไปยังเนื้อเยื่อของร่างกาย (tissue) สำหรับพริกขี้หนูสดและพริกชี้ฟ้าของไทย มีปริมาณวิตามิน ซี 87.0 – 90 มิลลิกรัม / 100 g นอกจากนี้พริกยังมีสารเบต้า – แคโรทีนหรือวิตามินเอ สูง (พริกขี้หนูสด 140.77 RE )

วิธีปลูก

  1. เตรียมเมล็ดพริกให้พร้อมก่อนลงปลูก
    นำพริกพันธุ์ที่จะปลูกไปแช่ในน้ำอุ่นไว้ประมาณ 1 วันและนำออกมาผึ่งแดดอีกครึ่งวัน ก่อนแกะเมล็ดพริกออกมาปลูก
  2. เพาะต้นกล้าพริกก่อนปลูกจริง
    ผสมดินร่วนปนทรายเข้ากับปุ๋ยหมักสูตรโพเทสเซียมสูงกว่าไนโตรเจนลงในกระถางเพาะต้นกล้าพริก ขุดหลุมดินในกระถางให้ลึกประมาณ ½ นิ้ว แล้วหย่อนเมล็ดพริกที่เตรียมไว้ลงในหลุมประมาณ 3-4 เมล็ด กลบดิน รดน้ำให้ชุ่มทุกวัน พร้อมกับสังเกตว่าดินระบายน้ำได้ดีหรือไม่ และที่สำคัญต้องวางกระถางเพาะไว้ในที่ที่มีแดดส่องถึง
  3. ย้ายต้นกล้าลงกระถางใหญ่
    เมื่อต้นกล้าเริ่มงอกสูง 6 นิ้วขึ้นไปและออกใบให้เห็น ให้ถอนต้นกล้าที่อ่อนแอทิ้งไปให้เหลือไว้เฉพาะต้นกล้าที่แข็งแรงเพียง 1 ต้น หลังจากนั้นก็ทำการย้ายต้นกล้าพริกไปปลูกในกระถางใหญ่ที่มีดินร่วนปนทรายผสมปุ๋ยหมัก เช่นเดียวกับขั้นตอนเพาะต้นกล้าพริก
  4. วางกระถางพริกในทำเลที่เหมาะสม
    พริกเป็นพืชที่ชอบแสงแดด ฉะนั้นควรวางกระถางปลูกต้นพริกในที่ที่มีแดดส่องถึง รดน้ำให้ชุ่มแต่อย่าแฉะทุกวันเช้า-เย็น และเมื่อพริกเริ่มติดดอกและออกผลแข็งแรงแล้ว ให้เปลี่ยนไปรดน้ำแบบวันเว้นวัน

6. กระชาย

กระชาย

สรรพคุณ ของกระชายขาว ต้านโควิด-19 ได้ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา ทำให้กระชายเป็นที่นิยมมากขึ้น เพราะผลการทดลอง พบสารสกัด 6 ชนิดมีฤทธิ์ยับยั้ง SARS-CoV-2 ได้ 100% และยังไม่เป็นพิษต่อเซลล์ด้วย กระชาย ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Kaempfer แต่ชื่อวิทยาศาสตร์คือ Boesenbergia rotunda (L.) Mansf. เป็นพืชล้มลุกที่เรามักนิยมนำเหง้ามาใช้ประกอบอาหาร แต่กระชายมีสรรพคุณตั้งแต่รากถึงใบ

การใช้กระชายในวัตถุประสงค์ต้านโควิด-19 นั้นยังคงเป็นการศึกษาในห้องทดลอง โดยเลือกใช้สารสกัดจากกระชายขาว ซึ่งถูกนำมาสกัดใช้ในลักษณะของยา แต่หากนำมาใช้กินกันในอาหารทั่วไป จะมีสรรพคุณดังนี้

  • ใบกระชาย ใช้บำรุงธาตุ แก้โรคในปาก คอ ถอนพิษ แก้โลหิตเป็นพิษ
  • เหง้าและรากกระชาย แก้บิด ขับปัสสาวะ ใช้เป็นยารักษาภายนอกทารักษาขี้กลาก
  • เหง้าใต้ดินกระชาย แก้ปวดท้อง แก้มวนท้อง บำรุงกำลัง รักษาริดสีดวง

วิธีปลูก ปลูกโดยใช้เพียงแกลบดำ+ดินดี+ปุ๋ยคอกหรือปุยหมัก ในอัตราส่วนเท่าๆ กัน (1:1:1) มาใส่ในกระบะหรือภาชนะปลูกแบบรวม แล้วฝังเหง้าพันธุ์ลงไปเพาะ รดน้ำจนกว่าต้นอ่อนจะงอกออกมาให้เห็น จึงจะทำการย้ายกล้าที่มีความสูงประมาณ 3-5 นิ้วลงปลูกในถุงดำ โดยใช้ดินผสมแบบเดิม จากนั้นดูแลไปจนกว่าจะสามารถเก็บเหง้าได้

เเละพืชสวนครัวที่เราได้กล้าวมาทั้งหมดนี้ถือได้ว่าเป็นพืชที่ปลูกง่าย สามารถปลูกในกระถางได้ เเละสามารถนำมาทำอาหารได้ทุกวันทุกมื้อ ถ้าหากคุณอยากลดต้นทุนในการทำอาหาร สามารถที่จะทดลองปลูกได้ง่ายๆ ประหยัดต้นทุนไปเยอะเเน่นอนค่ะ

รวม 12 ขนมในวัยเด็ก ที่หลาย ๆ คนคิดถึง!! ถ้าพูดถึง ขนมในวัยเด็ก ยุค 90 คงนึกถึงขนมที่มีรูปร่างหน้าตาน่ารัก ๆ วันนี้เราจะพาไปฟื้นความทรงจำเก่า ๆ ในวัยเด็กกัน

บทความน่าสนใจ : ส่อง 8 นักกีฬา ที่มีดีทั้งหน้าตาและความสามารถ